FANDOM


 2499 อันธพาลครองเมือง (2540)
2499 อันธพาลครองเมือง
2499 อันธพาลครองเมือง (2540)

2499 อันธพาลครองเมือง (2540)

ประเภท :  Action / Drama / Gangster
 ผู้กำกับ :  นนทรีย์ นิมิบุตร
นวนิยาย :  สุริยัน ศักดิ์ไธสง
บทภาพยนตร์ :  วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง
บริษัทผู้สร้าง :  ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์
วันที่เข้าฉาย :  11 เมษายน 2540

 ภาพยนตร์ไทยที่มีเนื้อหาเล่าย้อนถึงกรุงเทพมหานครยุคก่อนพุทธศักราช 2500 ที่เหล่านักเลงอันธพาลวัยรุ่นมีอิทธิพลและครองเมืองอย่างไม่หวั่นเกรงกฎหมาย ภาพยนตร์ได้สร้างปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตัวให้แก่วงการหนังไทยอีกครั้ง นั่นคือความสำเร็จชนิดทำลายสถิติหนังไทยทุกเรื่อง ด้วยรายได้มากกว่า 70 ล้านบาท

เรื่องย่อ

เรื่องราวทั้งหมดเล่าโดยผ่านความทรงจำของ เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ (สุริยัน ศักดิ์ไธสง-ให้เสียงบรรยายโดย รุจน์ รณภพ) ก่อนปี พ.ศ. 2500 สมัยที่กรุงเทพ ฯ ยังถูกเรียกว่าพระนคร อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกเริ่มหลั่งไหลมายังกลุ่มวัยรุ่นเมืองไทย แดง (เจษฎาภรณ์ ผลดี) เป็นหัวโจกเด็กวัยรุ่น แดงเป็นลูกของ โฉม (ปาริชาต บริสุทธิ์) คนงานบ้านโสเภณีที่ตรอกไบเล่ย์ ข้างหัวลำโพง เขาจึงสร้างปมเด่นขึ้นมาด้วยการเป็นหัวหน้าแก๊งอันธพาลเพื่อกลบปมด้อยที่เป็นลูกโสเภณี แดงมีเพื่อนสนิทคือ ปุ๊ (ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ), ดำ (ชาติชาย งามสรรพ์), แหลม (นพชัย มัททวีวงศ์) และ เปี๊ยก (อรรถพร ธีมากร) แดงสร้างชื่อจากการสังหารเฮียหมา นักเลงท้องถิ่นในงานฉลองวันขึ้นปีใหม่ วันหนึ่งในงานเจมส์ ดีนรำลึก พวกแดงได้เจอกับนักร้องสาวคนหนึ่งชื่อ วัลลภา (แชมเปญ เอ็กซ์) วัลลภามีท่าทีสนใจแดงทั้งสองคนจึงได้รู้จักกัน ครั้งนึงปุ๊ไปมีเรื่องกับเด็กในแก๊งของเปี๊ยก ทำให้เปี๊ยกออกรับหน้าแทนจึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น ทำให้เปี้ยกต้องติดคุกและโดนไล่ออกจากโรงเรียนในภายหลัง เป็นชนวนเหตุให้แก๊งระเบิดขวดที่นำโดยปุ๊ และแก๊งไบเล่ย์ของแดงเกิดบาดหมางและก่อให้เกิดเรื่องราวความรุนแรงในเวลาต่อมา

ทั้งคู่ยกพวกตีกันหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ถนนสิบสามห้าง ย่านบางลำพู หรือในที่ใด ๆ ก็ตาม จนเมื่อเกิดการรัฐประหารโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปี พ.ศ. 2501 ความเด็ดขาดที่จะปราบปรามแก๊งวัยรุ่น ทำให้แดงและเปี๊ยกต้องหนีไปพึ่ง หมู่เชียร (อภิชาติ ชูสกุล) ลูกพี่เก่าที่อู่ตะเภา หมู่เชียรกำลังจะเปิดคาสิโนแห่งใหม่ที่นั่นเพื่อรองรับเหล่าทหารอเมริกันที่มารบในสงครามเวียดนาม จึงรับแดงและเปี๊ยกเข้ามาเป็นลูกน้อง ต่อมาไม่นานแหลมก็ตามมา รวมทั้งปุ๊และดำด้วย แดงไม่เห็นด้วยที่หมู่เชียรรับปุ๊และดำ ในที่สุดปุ๊และดำก็ทรยศ โดยไปเข้ากับผู้ใหญ่เต๊ก ผู้ทรงอิทธิพลคู่แข่งหมู่เชียร ในที่สุดหมู่เชียรก็ถูกยิงตาย แดงและพวกจึงตกอยู่ในสภาพเสียหัวเรือ ต่อมาได้ล้างแค้นให้หมู่เชียรโดยยิงกับพวกปุ๊และผู้ใหญ่เต๊กกลางตลาด

ต่อมา แม่ของแดงขอให้แดงบวช แดงยอมบวช แต่ในงานบวช ปุ๊และดำก็มาป่วน แดงและพวกยิงกับปุ๊และดำกลางงาน หลายคนตาย แดงก็บาดเจ็บสาหัสหนัก ที่สุดเขาก็ไม่ได้บวช และไปเป็นลูกน้องเสี่ยจิว ผู้ทรงอิทธิพลที่ชลบุรี และท้ายที่สุดเขาก็รถคว่ำตาย ด้วยวัยเพียง 24 ปี แบบเดียวกับ เจมส์ ดีน วีรบุรุษที่เขารัก

นักแสดง

AKM 1
เจษฎาภรณ์ ผลดี
แดง ไบเล่ย์
AKM 2
อรรถพร ธีมากร
เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์
AKM 3
นพชัย มัททวีวงศ์
แหลมสิงห์
AKM 5
ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
ปุ๊ ระเบิดขวด
AKM 4
ชาติชาย งามสรรพ์
ดำ เอสโซ่
AKM 8
แชมเปญ เอ็กซ์
วัลลภา
AKM 7
อภิชาติ ชูสกุล
หมู่เชียร
AKM 6
ปาริชาต บริสุทธิ์
โฉม
AKM 9
สุริยัน ศักดิ์ไธสง
เปี๊ยก (วัยชรา)

Image Gallery

เกร็ด

  • ภาพยนตร์มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Dang Bireley's and Young Gangsters" หรือ "Dang Bireley's Story"
  • ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างหลังจากที่ตลาดภาพยนตร์ไทยเริ่มซบเซาต่อเนื่องกันหลายปีในปลายทศวรรษที่ 30 จำนวนภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์มีจำนวนลดลงถอยลงอย่างเห็นได้ชัด เนื้อหาส่วนใหญ่ของภาพยนตร์ไทยในยุคนั้นวนเวียนอยู่กับเรื่องวัยรุ่น นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับโฆษณาซึ่งกระโดดมากำกับภาพยนตร์เรื่องแรก
  • ภาพยนตร์สร้างมาจากบทประพันธ์เรื่อง "เส้นทางมาเฟีย" ของสุริยัน ศักดิ์ไธสง หรือ เปี๊ยก วิสุทธิกษัตริย์ ในเรื่อง หนังสือแต่งที่นำเค้าเรื่องมาจากเรื่องของแก๊งวัยรุ่นชื่อดัง ยุคจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งที่สุดถูกปราบปรามด้วยข้อหาภัยสังคม
  • ภาพยนตร์ที่มีฉากหลังในยุคโก๋หลังวัง เขียนบทภาพยนตร์โดย วิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง
  • ภาพยนตร์ใช้นักแสดงหน้าใหม่ทั้งหมด มารับบท แดง ไบเล่ย์ ปุ๊ ระเบิดขวด ดำ เอสโซ่ เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ จนแจ้งเกิดให้แต่ละคนมีผลงานตามมาอย่างต่อเนื่อง
  • เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ หรือสุริยัน ศักดิ์ไธสง ให้เสียงบรรยายโดย รุจน์ รณภพ
  • ภาพยนตร์ได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดีและกวาดรายได้ไปกว่า 70 ล้านบาท ถือเปิดศักราชใหม่ให้วงการภาพยนตร์ได้อย่างสวยงาม และเปิดประตูให้วงการภาพยนตร์ไทยต้อนรับผู้กำกับหน้าใหม่เข้ามาตามความสำเร็จของนนทรีย์ นิมิบุตร
  • ภาพยนตร์เมื่อออกฉายได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นที่พูดคุยวิพากษ์วิจารณ์จนเป็นกระแสในสังคมระยะหนึ่ง ถึงเรื่องราวความจริงกับสิ่งที่ปรากฏในภาพยนตร์ เช่น หลายคนบอกว่าแดงแท้ที่จริงไม่เคยฆ่าคนและชอบกินมิลค์เช็ค, เปี๊ยก วิสุทธิกษัตริย์ เป็นบุคคลที่ไม่มีใครรู้จัก เป็นต้น
  • เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่สร้างได้มาตรฐานสากล เมื่อออกไปฉายในงานเทศกาลต่างประเทศ ก็ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากงานประกวดภาพยนตร์อิสระที่ประเทศเบลเยี่ยม
  • ในปี พ.ศ. 2548 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้คัดเป็นหนึ่งใน 100 ภาพยนตร์ไทยที่คนไทยควรดู และในปี พ.ศ. 2556 ภาพยนตร์ได้รับคัดเลือกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี 2556 เนื่องในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทยของหอภาพยนตร์

รางวัล

  • รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 7
    • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
    • ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (นนทรีย์ นิมิบุตร)
    • บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง)
    • ถ่ายภาพยอดเยี่ยม (วินัย ปฐมบูรณ์)
    • กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (เอก เอี่ยมชื่น)
    • แต่งหน้ายอดเยี่ยม (เบญจวรรณ สร้อยอินทร์)
  • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 21 ประจำปี พ.ศ. 2540
    • บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม (วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง)
    • กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (เอก เอี่ยมชื่น)
    • กำกับภาพยอดเยี่ยม (วินัย ปฐมบูรณ์)
    • บันทึกเสียงยอดเยี่ยม (ห้องบันทึกเสียงรามอินทรา)
    • ภาพยนตร์ยอดนิยม
  • รางวัลภาพยนตร์ไทย ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 6
    • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
    • นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (อภิชาติ ชูสกุล)
    • ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (นนทรีย์ นิมิบุตร)
    • บทภาพยนตร์ดีเยี่ยม (วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง)
    • กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (เอก เอี่ยมชื่น)