FANDOM


 โรงแรมนรก (2500)
โรงแรมนรก (2500)
โรงแรมนรก (พ.ศ

โรงแรมนรก (พ.ศ. 2500)

ประเภท :  Crime / Drama / Comedy / ขาว-ดำ
ผู้กำกับ :  รัตน์ เปสตันยี
บทภาพยนตร์ :  รัตน์ เปสตันยี
บริษัทผู้สร้าง :  หนุมานภาพยนตร์
วันที่เข้าฉาย :  21 กันยายน 2500
 ภาพยนตร์ไทยขาวดำ ฟิล์ม 35 ม.ม.ที่ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2500 ผลงานของรัตน์ เปสตันยี ซึ่งเล่าเรื่องเหตุการณ์หนึ่งวันหนึ่งคืนในโรงแรมสวรรค์ โรงแรมเล็กๆในชนบทแห่งหนึ่งถ่ายทำทั้งเรื่องด้วยการสร้างฉากเกือบจะฉากเดียวในโรงถ่ายภาพยนตร์ เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย เล่าเรื่องชุลมุนในโรงแรมสวรรค์ที่มีแขกเข้าพักมาสร้างเรื่องมากมายไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มขี้หงุดหงิด หญิงสาวประหลาดที่มีบุคลิกลึกลับ คนดูแลกิจการโรงแรมแชมป์งัดข้อโลกและแก๊งค์เสือที่มาดักปล้นเงิน

เรื่องย่อ

โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งในต่างจังหวัดที่ชื่อว่า โรงแรมสวรรค์ ที่มีลุงและหลานสองคนดูแลกิจการร่วมกัน ฝ่ายหลานชายนั้นนักแสวงโชคที่หวังจะหาเงินเล็กๆน้อยๆเข้ากระเป๋าจากการรับพนันงัดข้อกับ น้อย (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) หลานชายคนดูแลกิจการโรงแรมที่อ้างว่าเป็นนักเลงงัดข้อแชมเปี้ยนโลก นอกจากเป็นบริกรของโรงแรมแล้ว ห้องพักเพียงห้องเดียวของโรงแรมแห่งนี้ถูกจับจอง โดยชายหนุ่มที่ชื่อว่า ชนะ (ชนะ ศรีอุบล) ซึ่งไม่ยอมเปิดเผยว่า เขาเลือกแวะพัก ณ โรงแรมแห่งนี้ด้วยจุดประสงค์อันใด โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ เจ้าของห้องพักเพียงห้องเดียวในโรงแรมผู้ที่ไม่ยอมเปิดเผยวัตถุประสงค์ของการมาเยือนโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งมีพฤติกรรมแปลกๆของแขกมากหน้าหลายตา ที่มาเยือน

แต่อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ เขาไม่ค่อยพอใจกับสภาพอันวุ่นวายโกลาหลภายในโรงแรม ซึ่งมีคนพลุกพล่านและส่งเสียงอึกทึกครึกโครมตลอดเวลา ส่วนหนึ่งเป็นพวกนักดนตรีที่มาขออาศัยห้องโถงของโรงแรมฝึกซ้อมเพลง, ศาสตราจารย์สมพงษ์ (สมพงษ์ พงษ์มิตร) พูดถึงวงการศิลปินเมืองไทยในเชิงเหยียดหยาม แต่ตัวเขากลับเบี้ยวไม่ยอมจ่ายค่าเหล้าที่ติดค้างโรงแรมเป็นเวลานาน-ก็ดูเหมือนจะเป็นการเหน็บแนมบรรดาคนหัวสูงที่เห็นของนอกดีกว่าของไทย หรือในช่วงถัดมา โรงแรมสวรรค์ของน้อยก็ได้ต้อนรับชายหญิงคู่หนึ่งที่ล่ามโซ่ตัวเองไว้ที่ข้อมือ ฝ่ายหญิงบอกว่าเธอชื่อ ยุพดี (ชูศรี โรจนประดิษฐ์) เพิ่งแต่งงานกับสามีที่ชื่อ หม่องส่าง และสาเหตุที่ต้องล่ามโซ่ ก็เพราะพ่อของฝ่ายชายกลัวเธอจะหนีไปมีชู้

เรียม (ศรินทิพย์ ศิริวรรณ) สาวลึกลับที่บอกว่ามี อายุ 65 ปี มีลูก 12 คน อาชีพค้าฝิ่นเถือน เป็นม่าย ผู้ที่แสดงตัวว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับชนะอย่างโจ่งแจ้งแต่ต้องกลับกลายมาเป็นคู่รักกันในยามคับขัน เมื่อชนะไม่ยินยอมให้ตัวเองตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ และอาศัยความเหนือกว่าด้านพละกำลังบังคับให้ฝ่ายหลังต้องใช้เก้าอี้ยาวในห้องโถงเป็นเตียงนอน คนหนึ่งเถรตรงและแข็งกระด้าง ส่วนอีกคนเอาแต่ใจ และชอบอาศัยความเป็นผู้หญิงหว่านล้อมเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ หรือยั่วโทสะให้อีกฝ่ายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ความขัดแย้งของคนทั้งสองก็เป็นแค่เรื่อง “พ่อแง่แม่งอน”

ภายหลังการมาถึงของแขกไม่ได้รับเชิญสามคน คือ เสือสิทธิ์ (สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์) ซึ่งเป็นหัวโจก สมุนคนรอง ชื่อว่า ไกร (ไกร ภูตโยธิน) และคนสุดท้าย เชียร (วิเชียร ภู่โชติ) ทั้งสามล่วงรู้ว่า ชนะ เป็นสมุห์บัญชีของบริษัทปรีดาไทย เขาแวะพัก ณ โรงแรมแห่งนี้เพื่อรอรับเงิน 6 แสนบาทที่จะนำไปแจกจ่ายให้คนงาน แต่ไม่มีใครอาจรู้ได้ว่า เงินจำนวนมหาศาลนั้นจะมาถึงตอนไหน และใครเป็นคุมมา เงื่อนไขที่ทำให้เรื่องยิ่งยุ่งเหยิงมากขึ้นไปอีกก็คือ เสือสิทธิ์กับพวกไม่ใช่กลุ่มเดียวที่หวังจะเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน แต่ยังมี เสือดิน (ทัต เอกทัต) จอมโจรที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมทารุณอีกคนที่ต้องการได้ครอบครองเงินก้อนเดียวกัน และปริศนาทั้งหมดถูกคลี่คลายโดยตำรวจที่มาเยือนในท้ายเรื่อง

นักแสดง

  • สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ – เสือสิทธิ์
  • ชนะ ศรีอุบล – ชนะ
  • ประจวบ ฤกษ์ยามดี – น้อย
  • ศรินทิพย์ ศิริวรรณ – เรียม
  • ทัต เอกทัต – เสือดิน
  • สมพงษ์ พงษ์มิตร – ศาสตราจารย์สมพงษ์
  • ชูศรี โรจนประดิษฐ์ – ยุพดี
  • ไกร ภูตโยธิน – ไกร
  • วิเชียร ภู่โชติ – เชียร
  • ถนอม อัครเศรณี – ลุงเจ้าของโรงแรมสวรรค์

Image Gallery

เกร็ด

  • ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 ม.ม. บันทึกเสียงในฟิล์ม ด้วยเสียงจริงของนักแสดง ในขณะที่ภาพยนตร์ไทยส่วนใหญ่ในขณะนั้นนิยมถ่ายด้วยฟิล์ม 16 ม.ม. ใช้เสียงนักพากย์ อีกทั้งดนตรีประกอบโดย ปรีชา เมตไตรย์ บันทึกเสียงโดย ปง อัศวินิกุล และกำกับภาพโดย ประสาท สุขุม
  • ภาพยนตร์เรื่องนี้ รัตน์ เปสตันยี รับหน้าที่กำกับ อำนวยการสร้าง ตัดต่อ และเขียนบทเอง เพื่อทดลองว่าการถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. ขาวดำนั้นมีการลงทุนที่ต่ำกว่าหนังที่ถ่ายทำด้วยฟิล์มสี อีกทั้งยังสามารถล้างและพิมพ์ฟิล์มได้ภายในประเทศไม่จำเป็นต้องส่งไปยังแล็ปในต่างประเทศ เป็นเสมือนการเชิญชวนให้คนทำหนังในเวลานั้นหันมาสนใจสร้างภาพยนตร์ด้วยฟิล์ม 35 มม. กันมากขึ้นเพื่อช่วยกันยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศ
  • ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานกำกับการแสดงเรื่องที่สองของ รัตน์ เปสตันยี ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง ตุ๊กตาจ๋า (2494) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ 16 ม.ม.
  • ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับศิลป์โดย สวัสดิ์ แก่สำราญ จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่การวางโครงเรื่องที่แยบยลว่าเรื่องเกิดขึ้นในเวลาต่อเนื่องเพียงข้ามคืน และเกิดอยู่ภายในสถานที่ฉากเดียว โรงแรมนรกสามารถสร้างความสนุกอย่างไม่คาดคิดและดึงความสนใจของผู้ชมได้ตลอดประกอบด้วยการแสดงที่โดดเด่นของนักแสดงนำ ซึ่งดูกลมกลืนและลื่นไหลไปกับเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ ทั้งที่เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่ฉากเดียวเท่านั้น
  • หลายฉากในภาพยนตร์ยังแสดงถึงอารมณ์ขันของผู้สร้าง ที่มีการล้อเลียนภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวถึงเรื่อง สุภาพบุรุษเสือไทย (2492) หรือแม้แต่ ชั่วฟ้าดินสลาย (2498) ภาพยนตร์ของตัวผู้สร้างเอง และเสียดสีวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยนั้น
  • ในปีที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้รับความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากความล้ำสมัยของเนื้อหา และการนำเสนอตัวละครที่ฉีกแนว ตัวพระ-นาง มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ไม่ซ้ำซากจำเจเหมือนเรื่องอื่น และบทภาพยนตร์ที่ใช้สร้าง เขียนขึ้นมาสำหรับภาพยนตร์โดยเฉพาะ ไม่ได้นำเนื้อเรื่องมาจากนวนิยายที่มีความนิยมอยู่ก่อนแล้ว
  • ต้นฉบับฟิล์มภาพยนตร์เรื่องนี้สูญหายไปจากประเทศไทยเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2538 หอภาพยนตร์แห่งชาติ ได้รับมอบฟิล์มภาพยนตร์ที่สร้างในระหว่างปี พ.ศ. 2498-2512 จากห้องแล็บของบริษัทแรงค์ แลบอราทอรี่ส์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเก็บรักษาในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ จำนวนประมาณ 20 เรื่อง

รางวัล

  • รางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2502
    • ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (รัตน์ เปสตันยี)
    • บันทึกเสียงยอดเยี่ยม (ปง อัศวินิกุล)
    • ถ่ายภาพยอดเยี่ยม ประเภทฟิล์ม 35 ม.ม. (ประสาท สุขุม)